คอมพิวเตอร์มือสอง

ถ้าคุณไม่ใช่ผู้ที่มีความรู้ในเรื่องเทคโนโลยี การเลือกซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์อาจเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับคุณ และถ้ายิ่งเป็นอุปกรณ์มือสองก็ยิ่งที่จะต้องอ่านคำแนะนำเหล่านี้ เพื่อนำไปใช้ในการซื้อคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละคน
หากคอมพิวเตอร์มือสองของคุณกำลังจะซื้อมีเสียงหวีดในขณะเปิดเครื่อง หรือคุณพิมพ์ได้เร็วกว่าตัวอักษรที่ปรากฏบนจอ หรือคุณต้องนั่งมองดูนาฬิกาทรายของ Windows นานเป็นเวลาหลายนาทีในการทำงานแต่ละครั้ง นั่นน่าจะเป็นสัญญาณเตือนที่บ่งบอกได้ว่า เครื่องคอมพิวเตอร์มือสองเครื่องนี้ น่าจะนำไปเข้าพิพิธภัณฑ์หรือนำไปทำกระถางต้นไม้มากกว่าจะนำมาใช้งาน
นับวันตลาดคอมพิวเตอร์มือสองจะยิ่งโตขึ้นเรื่อยๆ คอมพิวเตอร์หลากหลายสเปคมีให้เลือกสรรกันอย่างมากมาย ทั้งนี้ก็เนื่องจากการพัฒนาของเทคโนโลยีดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการซื้อของมือสองจึงต้องพิจารณาการอย่างถี่ถ้วนมากขึ้น ทั้งนั้นและทั้งนี้ก็ต้องตอบสนองลักษณะงานของแต่ละคนได้ด้วยเช่นกัน
อย่างที่ทราบกันดี เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์พัฒนาไปเร็วมาก บทความนี้คงไม่สามารถระบุสเปคคอมพิวเตอร์มือสองได้อย่างเฉพาะเจาะจง แต่จะให้แนวคิดในการพิจารณาจากอุปกรณ์ประกอบเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งคำอธิบายเหล่านี้จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยในการตัดสินใจในการเลือกคอมพิวเตอร์มือสองได้อย่างมั่นใจ
ต่อไปนี้เป็นองค์ประกอบ 10 ประการที่ต้องคำนึงถึงก่อนซื้อ คอมพิวเตอร์มือสอง
ซีพียูถือเป็นส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ที่มีราคาแพงที่สุด ปัจจุบันซีพียูสำหรับคอมพิวเตอร์ PC (คอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows เป็นหลัก) ผลิตจาก 2 บริษัทคู่แข่ง คือ Intel และ AMD ส่วนคอมพิวเตอร์ตระกูล Apple ในปัจจุบันก็ได้หันไปใช้ซีพียูของ Intel เป็นหลัก ในส่วนของ CPU นั้นผู้ซื้อไม่ควรกังวลมากจนเกินไปว่าใครเป็นผู้ผลิตชิพ เนื่องจากผู้ผลิตทั้ง 2 รายต่างก็อยู่ในมาตรฐานที่ดีพอกันหรือหากแตกต่างกันก็เพียงเล็กน้อย สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะต้องนำมาใช้กับระบบปฏิบัติการ Windows โดยเฉพาะ Windows 2000 Professional ขึ้นไป (จะรวมไปถึง Windows XP และ Windows Vista) เราก็สามารถที่จะเลือกใช้ได้ทั้งซีพียู Intel และ AMD
ซีพียู AMD Athlon XP, Intel Pentium 4 และ Intel Celeron เป็นซีพียูรุ่นล่าสุดที่เพิ่งจะตกรุ่นไป และเรามักจะพบเห็นคอมพิวเตอร์มือสองใช้ซีพียูรุ่นนี้อยู่ค่อนข้างเยอะมาก โดยทั่วไปซีพียูรุ่นเหล่านี้จะเหมาะสำหรับงานทั่วไป เช่น งานเอกสาร งานสำนักงาน ท่องเน็ต ซึ่งเราอาจไม่เห็นความแตกต่างระหว่างชิพ Celeron รุ่นสูงกับชิพ Pentium 4 ที่มีความเร็วเท่ากัน แต่คุณสามารถประหยัดเงินได้บางส่วนหากใช้ชิพ Celeron
ซีพียู AMD Sempron , AMD Athon AM2 , AMD Athon Dual Core , Intel Celeron 65nm , Intel Pentium Dual Core , Intel Pentium Core 2 Duo หรือ Intel Pentium Core 2 Quad เป็นชิพระดับสูงที่มาใหม่ล่าสุด หากพบเห็นเห็นคอมพิวเตอร์มือสองใช้ซีพียูรุ่นเหล่านี้ แสดงว่าเพิ่งซื้อมาได้ไม่ได้นานก็ตัดสินใจขาย จะด้วยเพราะเหตุผลใดก็ตามแต่ หากต้องใช้งานเครื่องแบบหนักๆ เช่น ตัดต่อวิดีโอ หรือทำงานเกี่ยวกับการออกแบบที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วย (CAD) หรือใช้เล่นเกมส์ขั้นสูง ซีพียูในรุ่นเหล่านี้เหมาะสมที่สุด ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอื่นด้วย เช่น VGA Card และ Harddisk อีกด้วย

ระบบปฏิบัติการใหม่ที่สุดของเครื่อง PC ในขณะนี้คือ Windows Vista แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นระบบปฏิบัติการที่ดีที่สุด ปัจจุบัน(กุมภาพันธุ์ 2551)โปรแกรมระบบปฏิบัติการที่มีได้รับความนิยมจากผู้ใช้คอมพิวเตอร์ PC คือ Windows XP และก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับการใช้งาน Windows XP มีอยู่ 2 รุ่น คือ Home และ Professional โดย Windows XP Professional เป็นรุ่นที่ใหญ่กว่ารุ่น Home คือมีคุณสมบัติดีๆ ทั้งหมดของรุ่น Home เสริมด้วยคุณสมบัติอื่นๆ ซึ่งส่วนมากเป็นความสามารถด้านเครือข่าย Professional จะมีราคาแพงกว่าหลายพันบาท
สำหรับเครื่อง Apple ระบบปฏิบัติการใหม่สุดก็คือ Mac OS X 10.5 (Leopard) และด้วยเพราะเครื่อง Apple ในปัจจุบัน ใช้ซีพียูของ Intel จึงทำให้สถาปัตยกรรมด้านอุปกรณ์(Platform)คล้ายคลึงกับเครื่อง PC เป็นอย่างมาก จึงสามารถนำมาติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows ได้ แต่เนื่องจากลักษณะงานหลักๆ ของเครื่อง Apple มักใช้กับงานด้านกราฟฟิคเป็นหลัก ระบบปฏิบัติการ Windows จึงไม่เหมาะที่จะใช้งานดังกล่าวในอุปกรณ์ของ Apple เพราะประสิทธิภาพในการทำงานจะแตกต่างกันอย่างชัดเจนกับเครื่อง Apple ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Mac OS X อย่างเห็นได้ชัด
โดยทั่วไปไปคอมพิวเตอร์มือสอง มักใส่หน่วยความจำในเครื่องมาไม่มากนัก ซึ่งในการทำงานจริงคุณจำเป็นต้องใช้หน่วยความจำอย่างน้อย 256 MB แต่หากว่าคุณมีตังค์เหลือในกระเป๋ามากพอก็ขอแนะนำให้ใช้ขนาด 512 MB ขึ้นไป หรือจะเพิ่มหน่วยความจำเป็น 1 GB หากเราต้องใช้กับโปรแกรมที่ต้องการหน่วยความจำมาก เช่น การตัดต่อวิดีโอ งานด้าน 3D เกมส์เป็นต้น เพราะการอัพเกรดหน่วยความจำถือเป็นการอัพเกรดอุปกรณ์ที่คุ้มค่า และเห็นความแตกต่างในแง่ของความเร็วในการทำงานของเครื่องมากที่สุด ดังนั้นคุณจึงไม่ควรตระหนี่ในเรื่องดังกล่าว
แม้ Microsoft จะแจ้งว่าปฏิบัติการ Windows XP สามารถใช้หน่วยความจำขนาด 128 MBได้ แต่ในการทำงานจริงมันกลับไม่ค่อยดีนัก ตัวอย่างเช่น ผู้เขียนมีเพื่อนคนหนึ่งซึ่งใช้คอมพิวเตอร์สเปคดังกล่าว เธอไม่สามารถเปิดโปรแกรม Microsoft Word ในเครื่องดังกล่าวได้ เหตุผลก็คือหน่วยความจำไม่เพียงพอที่จะรันทั้ง Windows XP และ Word ไปพร้อมๆกัน แต่หลังจากซื้อหน่วยความจำมาเพิ่ม การใช้งานลักษณะดังกล่าวก็สามารถดำเนินต่อไปได้
เมื่อพิจารณาถึงเรื่องฮาร์ดดิสก์ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นลำดับแรกก็คือความจุที่มีหน่วยเป็น กิกะไบต์(GB : Gigabyte) โดยมากปัจจุบันคอมพิวเตอร์มือสองมักมีขนาดของฮาร์ดดิสก์ระหว่าง 10 - 80 GB หากคุณต้องใช้พื้นที่เก็บข้อมูลเป็นปริมาณมากๆ เช่น การเก็บข้อมูลที่เกิดจากการทำงานที่เกี่ยวข้องกับวิดีโอเป็นส่วนใหญ่ คุณต้องใช้ฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่ ยิ่งมีขนาดใหญ่มากเท่าใด ก็ยิ่งดีเท่านั้น เพราะไฟล์วิดีโอมีขนาดใหญ่มาก ปัจจุบัน ฮาร์ดดิสก์ขนาด 200 ถึง 250 GB มีอยู่อย่างแพร่หลายและราคาไม่แพง คอมพิวเตอร์มือสองส่วนมากสามารถที่จะอัพเกรดได้
ถ้าเราไม่จำเป็นต้องใช้งานดังที่กล่าวมา ฮาร์ดดิสก์ขนาดปกติที่มีอยู่ในปัจจุบันก็สามารถสนองตอบความต้องการของเราได้อย่างเพียงพอ เพราะแม้แต่เครื่องระดับการใช้งานด้านเอกสารหรือสำนักงาน ก็ยังมีฮาร์ดดิสก์ขนาด 40 GB ซึ่งก็ยังใช้ไม่หมด จึงขอแนะนำว่าหากไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่เก็บข้อมูลมาก ก็น่าจะนำเงินส่วนเกินนี้ไปใช้ในการอัพเกรดอุปกรณ์อื่นๆ จะดีกว่า
โดยปกติหน้าที่หลักของการ์ดจอก็คือส่งสัญญาณภาพไปยังจอภาพ(Monitor) ในเมนบอร์ด(Mother board)ของคอมพิวเตอร์มือสองทั่วๆไป มักใส่แผงวงจรของการ์ดจอมาให้ด้วยหรือที่เรามักจะเรียกกันบ่อยๆว่า การ์ดจอออนบอร์ด ซึ่งแผงวงจรดังกล่าวก็มักจะใช้หน่วยความจำร่วมกับของระบบหลัก(RAM)ของคอมพิวเตอร์ โดยปกติการ์ดจอออนบอร์ดจะใช้โปรเซสเซอร์ที่ฝังมาในเมนบอร์ด ช่วยในการประมวลผลและก็สามารถที่จะทำงานได้ระดับหนึ่ง แต่จะไม่ได้ประสิทธิภาพที่ดีเยียม ดังนั้นการ์ดจอออนบอร์ดจึงเหมาะสมกับเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับทำงานทั่วไป ที่ไม่ได้เน้นประสิทธิภาพของเครื่องมากนัก เช่น การทำงานด้านเอกสารหรือโปรแกรมสำนักงาน
เครื่องคอมพิวเตอร์มือสองที่ดีกว่าควรจะมีบอร์ดวงจรหรือการ์ดจอแยกออกต่างหาก การ์ดดังกล่าวจะประกอบด้วยวิดีโอโปรเซสเซอร์และหน่วยความจำ(VRAM) สำหรับการ์ดจอแล้ว หน่วยความจำ RAM ขนาดมาตรฐานคือ 64 MB ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานประจำวันได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม หากว่าคุณต้องใช้งานวิดีโอหรือเล่นเกมส์ขั้นสูง ให้ใช้การ์ดจอที่มี RAM ขนาด 128 MB ส่วนผู้เล่นเกมส์อย่างจริงจังอาจต้องใช้ RAM ขนาด 256 MB หรือมากกว่า
ในความเป็นจริงแล้ว หากหลีกเลี่ยงที่จะซื้อจอมือสองได้ก็จะเป็นการดี โดยเฉพาะจอมือสองที่เป็นจอแก้ว(หรือCRT) เนื่องจากอาการส่วนใหญ่ของจอประเภทนี้ที่มักจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับหลอดภาพ หรือหลอดฉายแสงหมดอายุหากชำรุดก็จะต้องทำการเปลี่ยน ซึ่งไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่จะเสียเพราะราคาแทบจะไม่ต่างกันมากนักกับการซื้อจอใหม่ โดยทั่วไปจอCRTมือสองมักมีอายุการใช้งานไม่นานนักหลังจากที่เราซื้อไป แต่ถ้าหากจำเป็นต้องซื้อจอมือสองผู้ซื้อก็ควรที่จะตรวจสอบให้แน่ชัด เช่น เปิดทิ้งเอาไว้สัก 30 นาทีแล้วเช็คดูว่าสีเพี้ยนไปจากเดิมหรือไม่ คมชัดหรือไม่ หรือจอภาพสั่นหรือไม่
และจออีกประเภทที่กำลังได้รับความนิยมสูงมากในขณะนี้ ด้วยเพราะ
- - ขนาดเล็กกะทัดรัดและนํ้าหนักเบา
- - พื้นที่การแสดงผลเต็มพื้นที่
- - ให้ภาพที่คมชัด มีรายละเอียดสูง และมีสัดส่วนที่ถูกต้อง
- - ประหยัดพลังงานไฟฟ้า
สำหรับจอ LCD มือสองแล้วผู้ซื้อควรตรวจสอบอย่างละเอียดโดยเฉพาะ สีเพี้ยน(จอเหลือง)และDead/Hot Pixที่เป็นจุดบอดบนจอ LCD
เชื่อว่าคอมพิวเตอร์มือสองทุกเครื่องจะต้องมีออปติคัลไดรฟ์มาให้ด้วย ซึ่งมักจะเป็นไดรฟ์อ่าน CD หรือ DVD น้อยมากที่ไดรฟ์ดังกล่าวจะสามารถบันทึกหรือ 'Burner' ("Burning" คือกระบวนการบันทึก CD หรือ DVD)ข้อมูลได้ด้วย ผู้ซื้อส่วนใหญ่เมื่อซื้อคอมพิวเตอร์ไปแล้วก็มักจะซื้อไดรฟ์ที่สามารถบันทึกได้มาเปลี่ยน ตรงนี้อยู่ที่ความพึงพอใจของผู้ซื้อเป็นหลัก ผู้เขียนขอแนะนำว่าอย่างน้อยทีสุดเครื่องคอมพิวเตอร์มือสองที่คุณซื้อควรที่จะมีไดรฟ์ CD-RW (บันทึกแผ่น CD ได้)

จำเป็นมากสำหรับผู้ที่จะซื้อคอมพิวเตอร์มือสอง เพราะแน่นอนว่าหน้าที่ของคอมพิวเตอร์นอกจากจะมีไว้เพื่อการใช้งานทั่วๆ ไปแล้ว คอมพิวเตอร์ยังต้องสร้างความบันเทิง(Entertian)ผู้ใช้งานได้อีกด้วย เช่น ดูหนัง , ฟังเพลง หรือ เล่นเกมส์ หากขาดการ์ดเสียงแล้วสิ่งเหล่านี้ก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ (หรือทำได้ก็ไม่สมบรูณ์)

โปรแกรมหลักๆ ที่ผู้ขายคอมพิวเตอร์มือสองติดตั้งมาให้นอกจากโปรแกรมระบบปฏิบัติการแล้ว ในเครื่องยังต้องมี โปรแกรมใช้งาน และโปรแกรมไดรฟ์เวอร์(Driver)อีกด้วย
-
-โปรแกรมใช้งาน โดยมากโปรแกรมใช้งานหลักๆ ซึ่งก็คือ Microsoft Office และโปรแกรมปลีกย่อย อื่นๆ เช่น Winzip , Winamp หรือ ACDsee เป็นต้น ทั้งนั้นและทั้งนี้ผู้ซื้อคอมพิวเตอร์มือสองต้องคำนึงถึงการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟท์แวร์ ที่อยู่ภายในเครื่องของเราด้วย
-
-โปรแกรมไดรฟ์เวอร์(Driver) เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับติดตั้งให้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร ์เพื่อให้ทำงานได้สมบรูณ์ สำหรับผู้ที่ซื้อคอมพิวเตอร์มือสองจะต้องขอจากทางร้านมาด้วย เผื่อไว้ในกรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์มีปัญหาหรือต้องลงโปรแกรมในเครื่องใหม่
สิ่งสำคัญที่สุดในการซื้อคอมพิวเตอร์มือสอง เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องของการรับประกันสินค้า โดยมากร้านขายคอมพิวเตอร์มือสองมักให้อายุรับประกันสินค้าตั้งแต่ 7 วัน จนถึง 6 เดือน หากสินค้าดังกล่าวไม่มีการรับประกัน ก็ให้ฟันธงไปเลยว่า มีปัญหาแน่นอน เพราะอย่างน้อยที่สุดในช่วงระยะเวลาที่มีการประกันเรา ก็จะมีโอกาศได้ทำการทดสอบสินค้าที่ซื้อมาอย่างเต็มที่นั่นเอง








